Category: อาหารหวาน

แชร์สูตรวาฟเฟิล ขนมหวานแสนอร่อยจากประเทศฝรั่งเศสแชร์สูตรวาฟเฟิล ขนมหวานแสนอร่อยจากประเทศฝรั่งเศส

สูตรวาฟเฟิล

          หากใครนึกถึงขนมหวานสักอย่าง หนึ่งในนั้นก็คงต้องมีเมนู วาฟเฟิล แน่นอนค่ะ เมื่อไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ไหนๆ เมื่อต้องสั่งขนมหวานก็เมนูวาฟเฟิลเนี่ยแหละค่ะที่คอยเยียวยาหัวใจและคอยเติมน้ำตาลในเลือดให้ ซึ่งเมนูวาฟเฟิลมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม เป็นเมนูขนมที่ถือว่าทำขึ้นมาจากในส่วนของแป้งแล้วนำมาทานคู่กับผลไม้หรือไอติมต่างๆ เรียกได้ว่าเมนูวาฟเฟิลเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับผู้คนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ทางเราจึงอยากมาขอแชร์สูตรวาฟเฟิลให้เพื่อนๆลองนำไปทำตามกันดูค่ะ ตามไปดูกันเลย วิธีทำขนม วาฟเฟิล ยอดนิยมที่มีเวลายาวนานกว่า 100 ปี           วัตถุดิบสำหรับในการเตรียมเมนูขนมหวานยอดฮิตอย่าง วาฟเฟิลอันดับแรกให้เริ่มจากการเตรียม เตาวาฟเฟิลแป้งอเนกประสงค์ในการทำวาฟเฟิล ไข่ไก่ นมสด กลิ่นวนิลา เนย ผงฟู เบกกิ้งโซดา น้ำผึ้ง ไอศกรีมวนิลา ผลไม้ตามชอบ แต่วันนี้เราเตรียมสตอร์เบอร์รี่ กีวี่ และบลูเบอร์รี่ค่ะ สำหรับวิธีการทำวาฟเฟิลเริ่มจากการเตรียมชามใหญ่ในการผสม แล้วนำไข่แดงของไข่ไก่ นมสด ตีผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนย กลิ่นวนิลา แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเบกกิ้งโซดา จากนั้นตีทุกอย่างให้ผสมเข้ากันอย่างลงตัวจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ จากนั้นเตรียมเตาวาฟเฟิลแล้วนำส่วนผสมทั้งหมดที่ทำการผสมบีบใส่เตาวาฟเฟิลจนเท่าๆกัน เมื่อแป้งสุกจนกลายเป็นวาฟเฟิลแล้วให้ทำการนำมาใส่จาน จากนั้นทำการราดด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมตามใจชอบค่ะ วางผลไม้ที่เตรียมไว้ สตอร์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และกีวี่ลงบนวาฟเฟิลให้เป็นระเบียบค่ะ จากนั้นก็ทำการนำไอศกรีมวนิลาที่เตรียมไว้วางไว้ข่างๆผลไม้ได้เลยค่ะ เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูวาฟเฟิลแสนอร่อยทานคู่กับน้ำผึ้งตัดกับความเปรี้ยวอมหวานของผลไม้ อร่อยโดนใจสาวกวาฟเฟิลแน่นอนค่ะ การทำแป้งวาฟเฟิลอาจจะใช้ขั้นตอนในการเตรียมยากนิดนึงแต่ถ้าลองฝึกทำบ่อยๆรับรองว่าออกมาอร่อยแน่นอนค่ะ อย่าลืมนำสูตรที่เราแชร์ลองไปทำตามกันดูนะคะ […]

บัวลอยน้ำขิง ขนมที่มากไปด้วยคุณประโยชน์บัวลอยน้ำขิง ขนมที่มากไปด้วยคุณประโยชน์

เมนูบัวลอยน้ำขิง

บัวลอยน้ำขิง นั้นสามารถจัดได้ว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพก็ได้เพราะว่ามีส่วนที่ทำมาจากขิง ซึ่งขิงนั้นทำให้มีการขับลมออกจากร่างกายได้และยังมีส่วนช่วยในเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารในร่างกายได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเมนูของหวานที่ทานไปแล้วไม่หวานอย่างที่คิด แต่ก็มีรสชาติที่ทำให้เรานั้นติดใจและต้องการที่จะกินต่อได้อย่างไม่หยุดปากแน่นอน เชื่อได้เลยว่าหากวันได้ที่หนาวๆเมนูนี้ก็สามารถช่วยเพิ่มอุณหภูมิทำให้ร่างกายเราอบอุ่นได้ อย่างแน่นอน ขั้นตอนการรังสรรค์เมนู บัวลอยน้ำขิง ก่อนอื่นควรที่จะมารู้จักกับวัตถุดิบ โดยวัตถุดิบมีดังนี้ แป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวจ้าว ถั่วเขียว งาดำ น้ำตาลทรายแดง เกลือ ขิง น้ำสะอาด ซึ่งขั้นตอนแรกที่เราจะเริ่มทำคือ เตรียมขิงลงไปต้มในหม้อที่ใส่น้ำไว้ เมื่อมีกลิ่มเริ่มหอมก็ทำการปรุงโดยที่จะใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป เกลือเล็กน้อย เคี้ยวไปเรื่อยด้วยๆไฟอ่อน จากนั้นนำงาดำไปคั่วให้หอม และทำการบดให้ละเอียด แล้วจึงต้มถั่วเขียวเมื่อสุกแล้วก็นำมาบดให้ละเอียดเช่นกัน แล้วเราก็นำงาและถั่วเขียวไปผัดใส่กระทะโดยจะเน้นการใส่น้ำตาลปี๊บเพื่อเพิ่มความหอมหวานของไส้ จากนั้นนำมาพักให้เย็น ตอนมาเป็นขั้นตอนการทำแป้ง เราจะนำแป้งทั้งสองที่เตรียมไปผสมกันและนวดให้เนื้อเนียน จากนั้นนำมาปั้นเป็นก้อนใส่ไส้ที่ทำไว้ลงไป ขั้นตอนต่อไปคือการต้มให้สุก จากนั้นก็นำน้ำขิงมาเทใส่เป็นอันเสร็จแล้วนั่นเอง เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอยน้ำขิง ความอร่อยนั้นอยู่ที่ไส้ซึ่งต้องมีรสชาติที่หวานหอมแต่จะไม่หวานจนเกินไป ทั้งนี้ยังแนะนำให้ใช้ขิงแก่เพราะจะมีความหอมที่มาก อีกทั้งยังมีรสชาติที่เผ็ดร้อน แต่แนะนำว่าอย่าแก่จนเกินไปเพราะมีความแข็งสูง การทำบัวลอยน้ำขิงไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิดเพียงแต่ว่าจะต้องใช้ความละเอียดอ่อนมาก ทั้งนี้หากทำเป็นแล้วก็สามารถทำให้ครอบครัวทานได้เลย สำรับกับข้าว เว็บไซต์ที่รวมเอาเมนูอาหารของทั้ง 4 ภาคของบ้านเราไม่ว่าจะเป็นอาหารของภาคไหนๆล้วนแล้วแต่มีความอร่อยที่แตกต่างกันไป เคล็ดลับของความอร่อยของอาหารก็แตกต่างกัน ที่นี้เราจึงได้คัดสรรเอาวิธีการทำอาหารมาแนะนำให้ได้ติดตามวิธีทำได้ทางออนไลน์

ไดฟุกุ ขนมหวานยอดฮิต ทำง่าย อร่อยเหมือนทานที่ญี่ปุ่นไดฟุกุ ขนมหวานยอดฮิต ทำง่าย อร่อยเหมือนทานที่ญี่ปุ่น

ขนมไดฟุกุ

          ไดฟุกุ เป็นขนมหวานจากประเทศญี่ปุ่นที่มีสตอร์เบอร์รี่เป็นซิกเนเจอร์ คำว่าไดนั้นแปลว่า ใหญ่ ส่วนคำว่า ฟุกุ แปลว่าความโชคดี เพราะฉะนั้นคนญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าเมื่อทานขนมไดฟุกุแล้วจะมีความโชคดีตามมานั่นเองค่ะ ซึ่งไส้ของขนมไดฟุกุสามารถเปลี่ยนได้หลากหลายแล้วแต่คนชอบเลย ไม่ว่าจะเป็นถั่วแดง ชาเขียว ช็อกโกแลต หรือนูเทลล่า อย่ารอช้า เราตามไปดูวิธีทำเมนูขนมไดฟุกุ ขนมแห่งความโชคดีกันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าทำง่ายและอร่อยเหมือนบินไปทานที่ประเทศญี่ปุ่นเลย วิธีทำขนมแห่งความโชคดีจากประเทศญี่ปุ่น ไดฟุกุ           วันนี้ทางเราจะเลือกทำขนมไดฟุกุสตอร์เบอร์รี่รสถั่วแดงกันนะคะ การเตรียมวัตถุดิบเริ่มจาก ถั่วแดง 300 กรัม แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม แป้งมัน 50 กรัม น้ำตาล น้ำเปล่าสะอาด และสตอร์เบอร์รี่           วิธีการทำขนมไดฟุกุแสนง่ายเริ่มจาก นำถั่วแดงมาต้มในหม้อจนนิ่ม จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด ตามด้วยนำมากวนในหม้อไปให้เหนียวจนได้ที่เรื่อยๆ จากนั้นใส่น้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มความหวานแล้วกวนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำไปพักเอาไว้ให้ความร้อนคลายลง ต่อมานำแป้งข้าวเหนียวสำหรับกวนแป้งไดฟุกุไปใส่ในหม้อ ตามด้วยน้ำตาล น้ำเปล่า ผสมและกวนให้เข้ากัน กวนให้เกิดความเหนียว จากนั้นเมื่อแป้งเหนียวแล้วให้นำลงไปเทในแป้งมันที่เตรียมไว้อีกหม้อ แล้วนำมาแบ่งให้เป็นก้อนสำหรับห่อสตอร์เบอรี่อีกชั้น จากนั้นนำถั่วแดงที่พักไว้แล้วมาห่อเป็นไส้สตอร์เบอร์รี่ แล้วนำแป้งที่เตรียมไว้มาห่อทับเป็นวงกลม เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูไดฟุกุสตอร์เบอร์รี่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ทำเองได้ง่ายๆไม่ยากเลยนะคะ รับรองว่าไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นก็อร่อยได้เหมือนกัน สำหรับใครที่อยากลองทำเองก็อย่าลืมนำสูตรเราไปใช้ทำตามกันนะคะ […]

บอกต่อวิธีทำ ไอติมกะทิ สูตรโบราณ ทำง่ายๆ หวานมันกลมกล่อมบอกต่อวิธีทำ ไอติมกะทิ สูตรโบราณ ทำง่ายๆ หวานมันกลมกล่อม

ไอติมกะทิ สูตรโบราณ

เชื่อว่าในวัยเด็กใครๆก็คงต้องเคยได้กินเมนู ไอติมกะทิ กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยละคะ เพราะไอติมกะทิถือได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตในวัยเด็กของใครหลายๆคนเลย เรามักจะได้กินตอนไปโรงเรียนหรือตอนที่มีรถสามล้อขับผ่านมาขายหน้าบ้าน ได้กินเมื่อไหร่ก็หวนให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆและรสชาติที่คุ้นเคย ดังนั้นวันนี้เราก็เลยอยากมาแบ่งปันสูตรวิธีเมนูนี้ให้กับทุกคนกัน จะเป็นสูตรแบบโบราณที่ทำง่ายๆ ฉะนั้นต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ ไอติมกะทิ สูตรโบราณ อร่อยหวานมันพร้อมขั้นตอนการทำ แม้จะอยู่ในช่วงหน้าหนาวแต่เมื่อเป็นฤดูหนาวในประเทศไทยแล้วแน่นอนว่าตอนกลางวันก็ยังคงร้อนอบอ้าวอยู่ ดังนั้นวันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำวิธีการทำเมนูไอติมกะทิ สูตรโบราณ เมนูที่จะช่วยมอบความสดชื่นและคลายความร้อนของคุณให้หมดไป เป็นเมนูหวานมันแสนอร่อยที่ทำง่ายสุดๆ ดังนั้นอย่ารอช้าเราไปลงมือทำไอติมกะทิแสนอร่อยกันเลยค่ะ วัตถุดิบ กะทิ 1 กล่องหรือประมาณ 500 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 100 กรัม กลิ่นวนิลลา 1-2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ เกลือครึ่งช้อนชา เครื่องเคียง ถั่วลิสง ข้าวเหนียวมูล ข้าวโพด ถั่วแดง ฯลฯ ตามใจชอบ วิธีทำไอติมกะทิ ขั้นตอนแรกให้เรานำแป้งข้าวโพดมาที่ใส่ถ้วยเพื่อละลายผสมกับกะทิบางส่วน ตีให้แป้งเค้าพูดอะไรเข้ากับกะทิจนเป็นเนื้อเดียวกัน  จากนั้นก็ให้เราตั้งหม้อโดยใช้ไฟกลางๆ ลงมือใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือและกลิ่นวนิลาลงไป เคี่ยวให้จนส่วนผสมทุกอย่างละลายดีและเข้ากันจนเริ่มหนืดตัวก็ให้หรี่ไฟ จะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ไฟอ่อนนะคะ เมื่อปรับไฟให้อ่อนลงแล้วเราก็นำแป้งข้าวโพดที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ใส่ลงไปทั้งหมด คนให้เข้ากันเล็กน้อยและรอให้จนเดือด จากนั้นปิดแก๊สแล้วยกมาเทใส่กระปุกหรือภาชนะที่มีฝาปิด นำไปแช่ช่องฟรีซประมาณ 4 […]

สอนทำ บานอฟฟี่ ของหวานจากกล้วยที่ใครๆก็ชอบสอนทำ บานอฟฟี่ ของหวานจากกล้วยที่ใครๆก็ชอบ

วิธีทำบานอฟฟี่

แน่นอนว่ากินคาวแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวานต่อเพื่อความครบองค์ประกอบในแต่ละมื้ออาหาร เราก็ต้องจัดเต็มกันหน่อยใช่มั้ยละคะ ซึ่งวันนี้เราก็เลยอยากมาสอนทำเมนูอาหารหวานแสนอร่อยอย่าง บานอฟฟี่ ให้กับทุกคนกัน เป็นเมนูของหวานที่ทำง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้อะไรเยอะเลย และที่สำคัญเมนูนี้อร่อยมากๆ ทานง่าย ใครที่กินกล้วยได้หรือชอบทานกล้วยรับรองเลยว่าจะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอน เนื่องจากบานอฟฟี่นั้นใช้กล้วยเป็นวัตถุดิบหลัก ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาความอร่อยเราไปดูวิธีการทำกันเลยค่ะ วิธีทำ บานอฟฟี่ เมนูของหวานแสนอร่อยที่ต้องลอง บานอฟฟี่นั้นคือเป็นอาหารหวานที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสหราชอาณาจักร เป็นเมนูที่ทำจากกล้วย ครีมและบิสกิต แต่ในประเทศไทยนั้นนิยมใช้โอริโอ้มากกว่าการใช้เกร็ดบิสกิต เมนูของหวานยามว่างที่ทานได้ไม่มีเบื่อ ทำง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือวัตถุดิบเยอะ ใครๆก็สามารถทำได้ ฉะนั้นใครที่อยากลองทำกินดูก็ตามไปดูวิธีการทำบานอฟฟี่กันได้เลยค่ะ ส่วนผสม กล้วย 2-3 ลูก นำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ น้ำเปล่าสะอาด นมข้นหวานสูตรใดก็ได้ 1 กระป๋อง เนยรสเค็ม 100 กรัม ฝาโอริโอ้ 14-15 ฝา นำไปบดพอละเอียด วิปปิ้งครีม ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า วิธีการทำ ขั้นแรกจะเป็นขั้นตอนของการทำคาราเมลโดยนำนมข้นกระป๋องเทใส่หม้อแล้วตั้งแก๊สไฟกลางๆ เติมน้ำเปล่าให้ท่วมนมข้น ต้มประมาณ สองชั่วโมงถึงสองชั่วโมงครึ่ง โดยหากน้ำก็ให้เติมน้ำเรื่อยๆ ซึ่งขั้นตอนการทำคาราเมลนั้นควรทำก่อนล่วงหน้านะคะ อย่างน้อย 1วันแล้วแช่ตู้เย็นไว้ ต่อมาก็จะเป็นขั้นตอนของการทำบานอฟฟี่ ซึ่งเราจะเตรียมในส่วนโอริโอ้ก่อนที่นอกจากเราจะละเอียดแล้วก็ให้เรานำโอริโอ้ไปผสมกับเนยเค็มก่อน โดยนำเนยเค็มไปละลาย เมื่อเนยละลายดีก็ให้นำโอริโอ้ลงไปคลุกเคล้าให้เนยเข้าเนื้อ แล้ววางพักไว้ […]